หมดยุคที่ความสวยต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วค่ะ! สำหรับใครที่กำลังจัดฟันอยู่ แต่ก็อยากมีคางเรียวสวยไปพร้อมกัน คำถามคือ… สามารถทำพร้อมกันได้ไหม? เรื่องนี้ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยกันเยอะ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว “การจัดฟัน” และ “การทำคาง” เป็นการปรับโครงสร้างคนละส่วน แต่สิ่งสำคัญคือ “การวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น” เพราะถ้าทำโดยไม่เตรียมตัวดีพอ อาจส่งผลเสียกับผลลัพธ์ได้ บทความนี้จะพาไปไขทุกข้อสงสัย ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัว ไปจนถึงการดูแลหลังทำค่ะ
อยากอ่านหัวข้อไหน จิ้มเลย!
จัดฟันอยู่แต่อยากทำคาง กลัวคางเบี้ยว ทำได้ไหม!?
ความเป็นจริงแล้ว ทำได้ค่ะ เพราะการจัดฟัน และการทำคาง มีวิธีการทำและปรับโครงสร้างคนละส่วน ทำให้สองส่วนนี้ “ไม่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง” แต่หากเลือกเสริมคาง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการดูแลความสะอาด โดยเฉพาะการเลือกเทคนิคอย่าง “เสริมคางแผลใน” เนื่องจากในระหว่างจัดฟัน ทำให้ต้องรักษาความสะอาดภายในช่องปากมากขึ้นกว่าปกติค่ะ
ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจทำ ควรปรึกษาทันตแพทย์ที่ดูแลการจัดฟันของเราให้รอบคอบเสียก่อน ว่าควรเสริมคางตอนไหน โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาฟันยื่น ฟันล่างค่อมฟันบน หรือฟันยังไม่เข้าที่ดี เพราะหากรีบทำคาง อาจทำให้ผลลัพธ์ดูไม่สมดุลกับโครงหน้าก็เป็นไปได้ค่ะ
จัดฟันกับทำคาง ควรเลือกทำอะไรก่อนดี?
แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะคุณหมอจะช่วยวางแผนได้ว่าช่วงเวลาไหนเหมาะสมที่สุด แต่โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอจะแนะนำให้เสริมคางหลังจากฟันเข้าที่แล้ว เพราะโครงสร้างใบหน้าและฟันมีความเข้าที่ ทำให้คุณหมอสามารถวิเคราะห์รูปหน้าและออกแบบทรงคางได้อย่างถูกจุดมากยิ่งขึ้นค่ะ
ส่วนระยะเวลาที่ฟันจะ “เข้าที่” จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
- กรณีที่ถอนฟัน มักใช้เวลาประมาณ 2–3 ปี
- กรณีที่ไม่ถอนฟัน ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน – 1 ปี
ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและปัญหาฟันของแต่ละบุคคลค่ะ
จัดฟันอยู่ ควรเลือกเทคนิคเสริมคางแผลในหรือแผลนอกดี?
หลังจากปรึกษาทันตแพทย์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาที่สำคัญคือการเข้าพบคุณหมอ เพื่อช่วยวิเคราะห์โครงหน้าและออกแบบทรงคางสวย ๆ ให้เข้ากับเราค่ะ
ซึ่ง “เทคนิคการเสริมคาง” หลัก ๆ จะมีอยู่ 2 แบบคือ เสริมคางแผลใน และ เสริมคางแผลนอก มีข้อดีและข้อควรพิจารณา ดังนี้
เสริมคางแผลใน ข้อดี
- เป็นเทคนิคยอดนิยม แพทย์มักแนะนำเทคนิคเสริมคางแผลใน เพราะซ่อนแผลไว้ด้านในช่องปาก ทำให้มองไม่เห็นภายนอก
- ขนาดแผลเล็กเพียงประมาณ 1.5 เซนติเมตร
- เหมาะกับคนที่อยากได้ผลลัพธ์เนียน ดูเป็นธรรมชาติหลังทำ
ข้อควรพิจารณา
- ควรใส่ใจเรื่องความสะอาดภายในช่องปากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังทำ เพื่อให้แผลฟื้นตัวได้ดีและลดความเสี่ยงในการอักเสบ
- หากกำลังจัดฟันอยู่สามารถทำคางได้ แต่ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเสริมคาง เนื่องจากแต่ละคนมีแผนการรักษา และช่วงเวลาฟันเข้าที่แตกต่างกัน
แต่เนื่องจากเป็นการทำด้านในช่องปาก คนที่กำลังจัดฟันอยู่ควรดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งหากรักษาความสะอาดดี ก็จะได้ทรงคางสวย ๆ ไร้รอยแผลคอยกวนใจอย่างแน่นอนค่ะ
เสริมคางแผลนอก ข้อดี
- เป็นเทคนิคที่เปิดแผลบริเวณใต้คางภายนอก
- ดูแลแผลได้สะดวกกว่าเล็กน้อย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการทำความสะอาดภายในช่องปาก
ข้อควรพิจารณา
- รอยแผลเห็นชัดในช่วงแรก และหากแพทย์เย็บแผลไม่ละเอียด อาจส่งผลให้เกิดปัญหาแผลเป็น แผลอักเสบติดเชื้อ หรือแผลนูนจนทำให้เกิดคีลอยด์ได้
- ควรใส่ใจเรื่องความสะอาดของผิวและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดรอยแดงหรือแผลอักเสบติดเชื้อ
- ควรงดออกกำลังกาย หรือหลีกเลี่ยงการยกของหนัก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณคาง หรือเท้าคางในช่วงพักฟื้น เพราะหากเกิดการกระแทกแรง ๆ อาจส่งผลให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ได้เช่นกัน
โดยสรุปแล้ว หากต้องการผลลัพธ์ที่ไม่เห็นแผลภายนอก เนียนไร้รอยแผลคอยกวนใจ ดูเป็นธรรมชาติ เทคนิค “เสริมคางแผลใน” จะมีความเหมาะสม แต่ต้องมั่นใจว่าสามารถดูแลความสะอาดได้ดีตลอดช่วงพักฟื้นค่ะ
5 วิธีเช็กความพร้อมเบื้องต้นก่อนเสริมคาง!
ก่อนจะตัดสินใจเสริมคาง ลองเช็กกันสักนิดว่าเราพร้อมหรือยัง เพราะการเตรียมตัวดีตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีในทุกการทำหัตถการค่ะ
1. ประเมินความสมดุลของใบหน้า
สามารถลองเช็กด้วยหลัก “Ricketts E-Line” ว่าคางของเราสั้นหรือยาวเกินไปหรือไม่ ถ้าอยู่หลังเส้นมาก อาจเรียกได้ว่ามีคางถอย จึงเหมาะกับการเสริมคางเพื่อเพิ่มบาลานซ์ให้กับใบหน้า
2. มีเวลาพักฟื้นเพียงพอ
หลังทำคาง ช่วงแรกต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรง และการกระทบบริเวณคางได้โดยตรง การวางแผนเวลาให้ดี จะช่วยให้แผลดีขึ้นและไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
3. งดอาหารแข็งและเหนียวในช่วงพักฟื้น
ควรทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัดที่ทำจะส่งผลให้แผลอักเสบ
4. จองคิวเพื่อปรึกษากับศัลยแพทย์ตัวต่อตัว
เพื่อให้คุณหมอช่วยประเมินรูปหน้า ออกแบบทรงคางสวย ๆ และเลือกเทคนิคที่เหมาะกับแต่ละเคสที่สุดค่ะ
เตรียมตัวก่อนเสริมคาง “ฉบับคนจัดฟัน”
เสริมคางตอนจัดฟันไม่ได้มีแค่เรื่องเทคนิค แต่ “การเตรียมตัว” ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้ารู้ก่อน วางแผนก่อน จะช่วยลดปัญหาคางที่อาจตามมาได้ เรามาดู 5 ทริคเตรียมตัวก่อนเสริมคางสำหรับคนที่จัดฟันอยู่กันเลยค่ะ
1. ปรึกษาทันตแพทย์อย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง
ควรให้คุณหมอจัดฟันช่วยประเมินก่อนว่าฟันเริ่มเข้าที่หรือยัง เพื่อให้คุณหมอช่วยแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเสริมคาง
Tips : ถ้าใส่รีเทนเนอร์แล้วถือว่าเข้าช่วงที่เหมาะสมมากในการเริ่มวางแผนเสริมคางค่ะ
2. เลือกช่วงเวลาที่สะดวกพักฟื้น
ช่วงแรกหลังเสริมคางต้องระวังการกระแทกหรือเคี้ยวอาหารแรง ๆ ลองเลือกช่วงเวลาที่สามารถมีวันหยุดพักสำหรับพักฟื้น แต่หากมีความจำเป็นจริง ๆ แนะนำให้ระมัดระวังเรื่องความสะอาด และควรการยกของหนัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบกับคาง
3. ควรเตรียมของใช้จำเป็นในช่วงพักฟื้น
เช่น หมอนรองคอ เพื่อป้องกันการนอนตะแคง ในช่วงที่คางยังไม่เข้าที่ หากเผลอนอนตะแคงอาจส่งผลให้คางเคลื่อนที่ได้
Tips : สำหรับใครที่เลือกเสริมคางแผลใน อย่าลืมใช้ “ไม้สำลีปลายเล็ก” จะช่วยทำความสะอาดรอยแผลเบา ๆ หลังบ้วนปาก
4. ค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมการกิน เพื่อเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้า
ควรลดการกินอาหารแข็ง เหนียว และเผ็ดจัด เพราะอาจทำให้บวมช้าหรือแผลหายยากได้
แนะนำให้เตรียมเมนูอ่อนๆ เคี้ยวง่าย เช่น โจ๊ก ซุป แกงจืด
5. ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ + ดื่มน้ำมาก ๆ
ก่อนทำควรงดวิตามิน งดดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ และไปตรวจร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะร่างกายที่พร้อมจะช่วยให้การฟื้นตัวในช่วงพักฟื้นมีประสิทธิภาพ
คำแนะนำ : หลังเสริมคาง แนะนำให้งดดึงยางประมาณ 1 เดือนนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลผ่าตัดได้รับการกระทบขณะทำฟันค่ะ
ความสวยที่ลงตัว ไม่ได้อยู่ที่การทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่อยู่ที่ “การวางแผนให้เหมาะกับเรา” ทั้งการจัดฟันและการเสริมคาง ล้วนเป็นตัวช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้รูปหน้าลงตัวอย่างสมดุลค่ะ
หากสนใจเสริมคางกับ Emma Clinic สามารถติดต่อสอบถามหรือจองคิวได้ทุกช่องทางของ Emma Clinic Thailand ได้เลยนะคะ



แพทย์ประจำ Emma Clinic
พญ. วาสิตา เสริมสกุลวัฒน์
ว.33684
นพ. อนันต์ จึงสุวัฒนานนท์
ว.43586
นพ. ขจรพล ขจร
ว.45136
นพ. นรภัทร พิทยาวุธวินิจ
ว.56917
พญ. กันตินันท์ ศรีสุวรรณ์
ว.49709
นพ. ปรีดี ตีรบุลกุล
ว.48589
พญ. นิภารัตน์ ศรีไพร
ว.44682
นพ. อำนาจ รัตนวิภาพงศ์
ว.50170
นพ. กฤษฎิ์ แฉ่งเจริญ
ว.49904
นพ. ชวัล เดชอัศวนง
ว.57798
พญ. ตรีสุคนธ์ นาหัวคน
ว.42949
พญ. กันยารัตน์ ปะตังทะสา
ว.48903
พญ. ชัชฎา สายศิลป์
ว.54264
นพ. ณัฐวัฒน์ ถิระเจริญพงศ
ว.44300
นพ. สิทธิโชค รัศมีพงศ์
ว.46899
นพ. วีรกานต์ สถิตนิรามัย
ว.43531
นพ. เจษฎา ลิ่มภัทรวงศ์
ว.43450
นพ. ภาณุพงศ์ นาเจริญกุล
ว.48225
นพ. เป็นเอก ธงทอง
ว.35131
พญ. สร้อยสุดา ธนหิรัญโรจน์
ว.38930
นพ. เกริกฤทธิ์ สุขเสถียร
ว.41313
พญ. กนกพร โพธิสุวรรณ
ว.35594
นพ. วรเดช โชคสันธนา
ว.57875
พญ. ณัฏฐิกานต์ เตชะสุธรรม
ว.51111
พญ. นภาวรรณ ชวาลากุล
ว.45505
พญ. นิศารัตน์ ธัญญเจริญ
ว.55346
พญ. วาสิตา เสริมสกุลวัฒน์
ว.33684
นพ. อนันต์ จึงสุวัฒนานนท์
ว.43586
นพ. ขจรพล ขจร
ว.45136
นพ. นรภัทร พิทยาวุธวินิจ
ว.56917
พญ. กันตินันท์ ศรีสุวรรณ์
ว.49709
นพ. ปรีดี ตีรบุลกุล
ว.48589
พญ. นิภารัตน์ ศรีไพร
ว.44682
นพ. อำนาจ รัตนวิภาพงศ์
ว.50170
นพ. กฤษฎิ์ แฉ่งเจริญ
ว.49904
นพ. ชวัล เดชอัศวนง
ว.57798
พญ. ตรีสุคนธ์ นาหัวคน
ว.42949
พญ. กันยารัตน์ ปะตังทะสา
ว.48903
พญ. ชัชฎา สายศิลป์
ว.54264
นพ. ณัฐวัฒน์ ถิระเจริญพงศ
ว.44300
นพ. สิทธิโชค รัศมีพงศ์
ว.46899
นพ. วีรกานต์ สถิตนิรามัย
ว.43531
นพ. เจษฎา ลิ่มภัทรวงศ์
ว.43450
นพ. ภาณุพงศ์ นาเจริญกุล
ว.48225
นพ. เป็นเอก ธงทอง
ว.35131
พญ. สร้อยสุดา ธนหิรัญโรจน์
ว.38930
นพ. เกริกฤทธิ์ สุขเสถียร
ว.41313
พญ. กนกพร โพธิสุวรรณ
ว.35594
นพ. วรเดช โชคสันธนา
ว.57875
พญ. ณัฏฐิกานต์ เตชะสุธรรม
ว.51111
พญ. นภาวรรณ ชวาลากุล
ว.45505
พญ. นิศารัตน์ ธัญญเจริญ
ว.55346